บัตรเครดิต




การใช้บัตรเครดิต (Credit Card)

       บัตรเครดิต  เป็นบัตรที่ผู้ออกบัตรเครดิตออกให้แก่ผู้บริโภค เพื่อใช้สำหรับซื้อสินค้าและบริการต่างๆแทนเงินสด ในร้านค้าต่างๆที่แสดงเครื่องหมายแสดงว่ารับบัตรเครดิตนั้น และเมื่อครบรอบบัญชีในแต่ละละเดือนผู้ออกบัตรจะส่งใบแจ้งยอดการซื้อสินค้าหรือบริการที่ใช้บัตรเครดิตเพื่อให้ผู้ใช้บัตรเครดิตไปชำระเงินตามใบแจ้งยอดดังกล่าว


   



ประเภทของบัตรเครดิต


1) วงเงินสูงสุดของบัตรเครดิต คือวงเงินสูงสุดที่ผู้ออกบัตรเครดิตให้ผู้ถือบัตรเครดิตสามารถใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตได้ วงเงินสูงสุดของแต่ละบุคคลจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับรายได้และคุณลักษณะทางเครดิตของแต่ละบุคคลด้วย ตามตัวอย่างคือ 120,000 บาท
                                  
            2) ระยะเวลาปลดดอกเบี้ย เป็นระยะเวลาที่ผู้ออกบัตรเครดิตจะยังไม่คิดดอกเบี้ยจากยอดค้างชำระบัตรเครดิต นั่นคือหากผู้ใช้บัตรเครดิตมาชำระยอดค้างชำระบัตรเครดิตในช่วงระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย ผู้ออกบัตรเครดิตจะไม่คิดดอกเบี้ยจากยอดค้างชำระนั้น แต่หากผู้ใช้บัตรมาชำระหลังจากช่วงระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยแล้ว ผู้ออกบัตรเครดิตจะทำการคิดดอกเบี้ยจากยอดค้างชำระนั้น โดยปกติแล้วจะประมาณ 45 วัน

           3) ยอดเงินชำระขั้นต่ำ คือจำนวนเงินขั้นต่ำที่ผู้ออกบัตรเครดิตกำหนดให้ผู้ถือบัตรเครดิตที่มียอดค้างชำระสามารถชำระได้ประมาณ 10% ของยอดเงินรวมเรียกเก็บ นั้นคือผู้ที่มียอดค้างชำระบัตรเครดิตกำหนด และยอดค้างชำระหนี้เพียงบางส่วนที่เหลือนั้นผู้ออกบัตรเครดิตจะทำการคิดดอกเบี้ยจากยอดค้างชำระนั้นในอัตราสูง ซึ้งจะอยู่ที่ประมาณ 15-25% ต่อปี

            4) ใบแจ้งยอดการใช้จ่ายบัตรเครดิต (Statement of Credit Credit Card) เมื่อครบรอบบัญชีในแต่ละเดือนผู้ออกบัตรเครดิตจะส่งใบแจ้งยอกการซื้อสินค้าหรือบริการที่ใช้บัตรเครดิต เพื่อให้ผู้ใช้บัตรเครดิตไปชำระเงิน ข้อมูลในใบแจ้งยอดการซื้อสินค้าหรือบริการที่ใช้บัตรเครดิตจะประกาบไปด้วย


          5) ค่าธรรมเนียมรายปี (Annual fee) คือค่าธรรมเนียมที่ผู้ออกบัตรเครดิตคิดจากผู้ถือบัตรเครดิตซึ่งแต่ละแห่งจะกำหนดค่าธรรมเนียมรายปีนอัตราแตกต่างกัน และบางแห่งจะมีการจูงใจให้มาเป็นสมาชิกบัตรเครดิตโดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปี

       6) การเบิกเงินสดล่วงหน้า (Cash advance) ผู้ออกบัตรเครดิตส่วนใหญ่ให้สิทธิผู้ใช้บัตรเครดิตสามารถเบิกงานสดจาก ATM มาใช้ล่วงหน้าได้ ผู้ออกบัตรเครดิตจะคิดค่าธรรมเนียมในการเบิกเงินสดล่วงหน้า (Cash advance fee) พร้อมทั้งคิดดอกเบี้ยจากยอดเงินที่เบิกล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ทำการเบิกเงินสดล่วงหน้าอีกด้วย ผู้ถอนเงินสดล่วงหน้าอาจต้องเสียดอกเบี้ยสูงถึง 5-6% ต่อเดือน หรือ 60-70% ต่อปี




คำแนะนำในการใช้บัตรเครดิต

        1) ควรวางแผนการใช้จ่ายเงินโดยต้องใช้จ่ายไม่เกินจำนวนเงินที่สามารถจ่ายชำระหนี้สินได้ในแต่ละเดือนเท่านั้น และควรเลือกบัตรเครดิตที่มีกำหนดยอดชำระรายเดือนคงที่ เพื่อช่วยเตือนไม่ใช้ใช้จ่ายจนเกินตัว    

        2) 
ตรวจหลักฐานการใช้เงินผ่านบัตรเครดิตทุกครั้ง เมื่อซื้อสินค้าและบริการโดยใช้บัตรเครดิต บุคคลต้องเก็บสลิปบัตรเครดิตเพื่อเป็นหลักฐานทุกครั้งเพื่อนำมาตรวจสอบกับใบแจ้งยอดการซื้อสินค้ารายเดือนว่าถูกต้องตรงกันหรือไม่

        3) ซื้อสินค้าและบริการจากร้านที่ไว้ใจได้ เนื่องจากการใช้บัตรเครดิตในการซื้อสินค้าหรือบริการสามารถทำได้ง่าย เพียงแค่แสดงบัตรเครดิตแก่ผู้ขายและเซ็นชื่อในสลิปบัตรเครดิตที่ร้านค้าเตรียมไว้

        4) ต้องรีบชำระหนี้บัตรเครดิตก่อนหนี้อื่น ๆ ในกรณีที่บุคคลมีหนี้สินหลายประเภท บุคคลควรจ่ายชำระหนี้บัตรเครดิตก่านที่จะจ่ายชำระหนี้ประเภทอื่น เพราะอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าประเภทอื่น















      ที่มา
      https://sites.google.com/site/classnattaporn2558/hnwy-thi-1/hnwy-thi-2/baeb-thdsxb-hnwy-thi-             4/hnwy-thi-5





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น